JUMP+ คืออะไร? ก้าวสู่มิติใหม่แห่งการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว บริษัทจดทะเบียนจำเป็นต้องมีแนวทางใหม่ในการเสริมสร้างศักยภาพและความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงเปิดตัวโครงการ JUMP+ เพื่อสนับสนุนการเติบโต ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแล และส่งเสริมแนวทางสู่ธุรกิจสีเขียว
JUMP+ คืออะไร?
JUMP+ เป็นโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เปิดตัวในปี 2568 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญตามแผนกลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ประจำปี 2568-2570
วัตถุประสงค์หลัก
โครงการ JUMP+ มุ่งดำเนินการตาม 3 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่
-
การเติบโต (Growth) – เสริมสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าอย่างยั่งยืนให้แก่บริษัทจดทะเบียน
-
ธรรมาภิบาล (Governance) – ยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลขององค์กร
-
ความยั่งยืน (Green) – ส่งเสริมการดำเนินงานด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก
บทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่บริษัทจดทะเบียนในหลายด้าน อาทิ
-
การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) สำหรับค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างที่ปรึกษา
-
การเพิ่มการรับรู้และการมองเห็น (Visibility) ผ่านกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เช่น การนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน (Roadshow) และกิจกรรม Opportunity Day
-
การจัดทำบทวิเคราะห์ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางต่าง ๆ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้าหมายให้มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมจำนวน 50-100 บริษัทในปีแรกของการดำเนินงาน
การเติบโตและสร้างมูลค่าบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ JUMP+
JUMP+ เป็นโครงการริเริ่มของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่มุ่งช่วยให้บริษัทจดทะเบียนสามารถ “เติบโตและเพิ่มมูลค่า” ได้อย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1. ประโยชน์เชิงธุรกิจและการเร่งการเติบโต
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 3 ปี สำหรับกำไรที่เพิ่มขึ้น
- เงินสนับสนุนสูงสุด 5.5 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาแผนธุรกิจ การบริหารจัดการคาร์บอน และการปฏิรูปด้านธรรมาภิบาล
2. การยกระดับขีดความสามารถขององค์กร
- การพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี ครอบคลุมด้านแผนธุรกิจ ธรรมาภิบาล และการดำเนินงานเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- บริการที่ปรึกษาจากกองทุนพัฒนาตลาดทุน พร้อมการสนับสนุนจากพันธมิตรในภาคส่วนต่างๆ
3. การเพิ่มมูลค่ากิจการและการสร้างการยอมรับในตลาด
- การจัดกิจกรรม Roadshow ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มโอกาสการลงทุน
- การเข้าร่วม Opportunity Day และการจัดทำรายงานวิเคราะห์ เพื่อเชื่อมโยงและสื่อสารกับนักลงทุนอย่างใกล้ชิด
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
1. ต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
- ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเติบโตและความคืบหน้าของบริษัทอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง
- ได้รับการวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้นจากนักวิเคราะห์ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก
- มีโอกาสสื่อสารโดยตรงกับผู้บริหารผ่านกิจกรรม JUMP+ Corporate Day
2. ต่อระบบนิเวศของตลาดทุนไทย
- ตั้งเป้ามีบริษัทเข้าร่วม 100 แห่งในปีแรก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งให้กับตลาดทุนไทย
- เชื่อมโยงกับโครงการ Corporate Value Up ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล
- สนับสนุนกระบวนการควบรวมกิจการ (M&A) ด้วยการผ่อนปรนภาษีย้อนหลังในบางกรณี เพื่อเอื้อต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจ
โครงการ JUMP+ จึงไม่เพียงช่วยสร้างการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน แต่ยังมุ่งยกระดับระบบตลาดทุนไทยให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และสามารถก้าวสู่ความโดดเด่นในระดับสากลได้อย่างแท้จริง
สิทธิประโยชน์ของการเข้าร่วมโครงการ JUMP+
โครงการ JUMP+ เป็นมาตรการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี การสนับสนุนทางการเงิน ตลอดจนเครื่องมือพัฒนาศักยภาพในด้านต่าง ๆ
1. สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ในส่วนของ สิทธิประโยชน์ทางภาษี บริษัทที่เข้าร่วมจะได้รับการยกเว้นภาษีกำไรส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าร่วมโครงการ หากสามารถขยายธุรกิจได้ตามเป้าหมาย รวมถึงการยกเว้นภาษีย้อนหลัง หรือมาตรการนิรโทษกรรม สำหรับการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ของบริษัทนอกตลาด
2. การสนับสนุนทางการเงิน
มีวงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทจากกองทุน CMDF ครอบคลุมการจัดทำแผนธุรกิจ แผนการลดการปล่อยคาร์บอน และแผนด้านธรรมาภิบาล นอกจากนี้ยังมีเงินรางวัลสูงสุด 500,000 บาท สำหรับบริษัทที่บรรลุเป้าหมายที่โครงการกำหนด
3. เครื่องมือสนับสนุนการเติบโต ครอบคลุมทั้งการให้คำปรึกษา องค์ความรู้ และการสร้างภาพลักษณ์ในตลาด ได้แก่
- เครือข่าย Advisory Pool ที่รวมสถาบันชั้นนำ บริษัทผู้สอบบัญชีระดับโลก เช่น KPMG, PWC, Deloitte และที่ปรึกษาทางธุรกิจ โดยสามารถดูรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์สำหรับจัดทำแผนได้ที่ เว็บไซต์ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์
- คู่มือการจัดทำแผนธุรกิจและหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
- การส่งเสริมด้านการควบรวมกิจการและการสื่อสารนักลงทุน ผ่าน Roadshow ทั้งในและต่างประเทศ
- การเพิ่มการมองเห็นในตลาด (Corporate Visibility) ผ่านกิจกรรม Opportunity Day, JUMP+ Corporate Day และบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ
- สิทธิประโยชน์ด้านส่วนลดค่าธรรมเนียมของ SET และ TSD
ท้ายที่สุด บริษัทที่เข้าร่วม JUMP+ ยังสามารถต่อยอดเข้าสู่โครงการ “Corporate Value Up” ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมทั้งเชื่อมโยงกับกองทุน Thai ESG และ Thai ESGX เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการลงทุนและการเติบโตในระยะยาว
คุณสมบัติบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ
บริษัทจดทะเบียนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
-
ต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
-
ต้องไม่ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB, CS, CC, CF, NP หรือ SP ทั้งนี้ หากบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย SP บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยเพื่อคงสถานะในการเข้าร่วมโครงการ
-
ต้องไม่เข้าข่ายเป็นบริษัทที่อาจถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์
-
ต้องไม่ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ
-
ต้องมีระดับการประเมิน CGR (Corporate Governance Rating) ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป สำหรับการประเมินในปี พ.ศ. 2570 และ พ.ศ. 2571
ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนต้องคงไว้ซึ่งคุณสมบัติข้างต้นอย่างครบถ้วนตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ
รายชื่อบริษัทผู้เข้าร่วมโครงการ JUMP+
ปัจจุบัน มีหลายบริษัทแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งขณะนี้ยังมีบางบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดรับสมัครบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพได้เข้ามาใช้เวทีดังกล่าวเป็นช่องทางในการพัฒนาการสื่อสารกับผู้ลงทุน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนในอนาคตอย่างยั่งยืน
โครงการ JUMP+ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนไทย ผ่านการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล และส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละบริษัท แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศตลาดทุนโดยรวม ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน JUMP+ จึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้บริษัทไทยสามารถขยายศักยภาพ ก้าวสู่ความโดดเด่นในระดับภูมิภาคและระดับสากลได้อย่างมั่นคง
เกี่ยวกับ Optiwise
Optiwise ให้บริการที่ปรึกษาด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริการที่ปรึกษาด้าน ESG การออกแบบเว็บไซต์องค์กร (Corporate Website Design) และเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ (IR Website) พร้อมให้คำปรึกษาในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) และจัดทำเอกสารเพื่อเปิดเผยข้อมูลของบริษัทมหาชน รวมถึงงานประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัท
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ Optiwise ติดต่อเราได้ที่นี่